DAY 3 : 16 ตุลาคม 2019 ดูไบ
ทานอาหารเช้าที่โรงแรม ออกแต่เช้าไปขึ้นเมโทรที่สถานี Business Bay ไปลงที่สถานี Dubai Mall เหมือนเดิมเดินตาม skywalk ที่ยาวเฟื้อยจนถึงทางเข้าดูไบมอลล์ ลงลิฟท์ไปทางเข้าตึก Burj Khalifa เราจองมาเป็นคิวแรกคือ 9.00 น. เผื่อจะได้คนน้อยๆไม่เบียดกัน แต่ก็เกิดปัญหาจนได้ เมื่อเราเอา booking ไปขึ้นบัตรผ่าน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่บอกว่าทางเว็บที่เราจองคือ Viator Tripadvisor ไม่ได้ส่งการจองเข้ามา เลยพยายามติดต่อทางอีเมล์ก็ไม่มีการตอบกลับ เจ้าหน้าที่ดีมาก 3-4 คนเข้ามาช่วยในการติดต่อ ทั้งทางโทรศัพท์ด้วยก็ไม่ได้ผล เวลาผ่านไปเป็นครึ่งชั่วโมง ทำให้เราต้องตัดสินใจซื้อบัตรใหม่ที่หน้างาน ทำให้ต้องเสียค่าบัตรแพงขึ้น มาถึงละไม่มีทางอื่น เดี๋ยวกลับบ้านค่อยไปตามเอาเงินคืน (หลังจากนั้นก็ได้ส่งอีเมล์ไปหลายครั้ง จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับการตอบกลับ แสดงว่าแย่มากสำหรับบริษัทนี้ แต่ตอนนี้ธนาคารกำลังติดตามให้)
 |
| อาหารเช้าอินเตอร์ผสมอาหรับ |
 |
| รถไฟฟ้า สถานี Business Bay |
 |
| เจ้าหน้าที่หลายคนมารุมกันช่วยเรื่องบัตร |
 |
| สุดท้ายก็ต้องซื้อบัตรราคาแพง |
 |
| ทางเข้า At The Top |
ผ่านเรื่องวุ่นๆมา เราก็ได้บัตรและไปขึ้นลิฟท์ที่เร็วที่สุดในโลก โดยขึ้นไปถึงชั้นที่ 124 ใช้เวลาเพียง 1 นาที ภายในลิฟท์ก็โชว์แสงสีเสียง ทำให้รู้สึกว่าเป็นแว๊บเดียวจริงๆ มีหูอื้อนิดหน่อย
บัตรที่เราซื้อเป็น At The Top Observation Deck 124-125 จะมีบัตรอีกแบบคือชั้นที่ 148 ซึ่งจะแพงกว่ามาก เอาแค่นี้ก็พอ สูงจนมองลงไป ตึกที่ว่าสูงยังเหลือแท่งนิดเดียว คล้ายๆกับเกมส์อะไรสักอย่างที่เห็นลูกๆเคยเล่น
Burj Khalifa เริ่มสร้างตั้งแต่ค.ศ. 2005 โดยใช้เวลาก่อสร้าง 6 ปี ตัวอาคารแบ่งเป็นโรงแรมอาร์มานีสำหรับ 37 ชั้นล่าง โดยชั้น 45 ถึง 108 จะเป็น อพาร์ตเมนต์ โดยที่เหลือจะเป็นสำนักงาน และชั้นที่ 123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึก ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสาร นอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ ตึกเบิร์จ คาลิฟา มีความสูง 828 เมตร 160 ชั้น (เฉลี่ยสูงชั้นละ 5 เมตร) บุด้วยผนังกระจกกว่า 26,000 แผง มีพื้นที่รวมกว่า 500,000 ตารางเมตร แต่กำลังจะถูกทำลายสถิติโดย Jeddah's Kingdom Tower ของ ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งสูงถึง 1 กิโลเมตร ทั้งหมด 200 ชั้นในปี 2020
 |
| ลานน้ำพุที่เราดูเมื่อคืน |
 |
| ถ่ายจากชั้นที่ 124 |
 |
| เสียเวลากับเรื่องบัตร เลยทำให้ต้องเจอสภาพแบบนี้ |
 |
| วิวก็งั้นๆ แค่ครั้งหนึ่งได้มาขึ้นตึกที่สูงที่สุดในโลก |
 |
| มองเห็น Al Arab ตึกเรือใบ |
 |
| บันไดขึ้นชั้น 125 |
ลงจากตึกนั่งเมโทรลงสถานี Mall of Emirates ต่อด้วยรถบัสสาย 81 ไปลงที่ Souq Madinat Jumeirah เดินชมคล้ายๆจตุจักรแต่ของไม่มาก ต่อไปที่ Burj Al Arab บอกว่าเป็นโรงแรม 7 ดาว ดูได้แต่ภายนอกเพราะไม่มีตังไปพัก โครงสร้างสวยงามมาก บางคนเรียกโรงแรมเรือใบ
กลับโรงแรมทางเดิมไปรอรถของ Arabian Desert Safari มารับ นัดไว้บ่ายสาม ออกนอกเมืองไปชั่วโมงกว่าด้วยรถ Toyota Land Cruiser 4x4 ตะลุยทะเลทราย ร้อนหน้าไหม้ เป็นไงเป็นกันวันสุดท้ายแล้ว คนขับสุดยอด Dune bashing อย่างเมามัน น่าจะโรคจิตนิดๆ เห็นเนินเห็นโค้งเป็นไม่ได้ นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว เสร็จละมาส่งที่แคมป์กลางทะเลทราย ขี่อูฐ และกิจกรรมอีกหลายอย่าง ไม่เอาละร้อนจนจะไม่ไหว
 |
| โชเฟอร์ตีนผี |
 |
| หมุนๆ |
 |
| โชว์ไฟ |
 |
| ระบำหน้าท้อง Belly Dance |
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พรุงนี้เช้าบินไป ทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย วันนี้สนุกมาก โดยเฉพาะ dune bashing ที่ตื่นเต้น หวาดเสียวตลอดทาง การโชว์ก็สุดอลังการ นักแสดงทำได้ดีมาก แนะนำเลย Arabian Desert Safari สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้มาดูไบ รถไปส่งถึงโรงแรมก็เกือบ 4 ทุ่ม คนขับก็ไม่วายขับซิ่งตลอดทาง คืนนี้ย้ายโรงแรมไปพักที่ Holiday Inn Airport เพื่อจะได้ไม่ต้องรีบตอนเช้า แต่ถูกแท็กซี่โก่งราคาซะ เพราะดึกแล้วไม่มีรถไฟฟ้า พนักงานสาวที่เคาเตอร์เห็นถือพาสปอร์ตไทยเลยทักทายเราด้วยภาษาไทย ปรากฏว่าเป็นคนลาวมาทำงานที่นี่ พึ่งรู้สึกว่าภาษาไทยก็ไปได้ทั่วโลก คืนนี้คงหลับสบาย เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น