วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

DAY 5 : 18 ตุลาคม 2019 ทบิลิซี - มิทสเคต้า - อุพลิสซิเค่ - กอรี่

DAY 5 : 18 ตุลาคม 2019  ทบิลิซี - มิทสเคต้า - อุพลิสซิเค่ - กอรี่

วันนี้เราจะออกไปเที่ยวต่างเมืองแล้วกลับมานอนที่ทบิลิซี  มิทสเคต้า(Mtskheta)เป็นเมืองหลวงเก่าของจอร์เจีย อยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 26 กิโล เนื่องจากมีโบราณสถานทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994  UNESCO World Heritage Site วันนี้มีโบสถ์เก่าแก่ที่เราจะไปเยี่ยมชม 3 แห่ง คือ Svetitskhoveli Cathedral, Samtavro Convent และ Jvari Monastery แล้วต่อไปอุพลิสท์ซิเค (Uplistsikhe, Ruins of a rock cut iron Age town) ,บ้านสตาลิน เมืองกอรี่ และ Gori Castle แล้วกลับมาที่ The Chronicle of Georgia ซึ่งอยู่ชานเมืองทบีลิซี วนรอบพอดีทานอาหารเย็นที่ทบิลิซี ต้องลองอาหารจอร์เจี้ยนซะหน่อย




ทานอาหารเช้าของโรงแรม ออกไปขึ้นเมโทรที่สถานี Avlabari ไปลงที่สถานี Didube ซึ่งเป็นเหมือนหมอชิตบ้านเรา ตามแผนตั้งใจจะนั่งรถประจำทาง Marshrutka ไปลงที่เมืองมิทสเคต้า แล้วค่อยต่อไปเมืองกอรี่ และต่อรถไปเรื่อยๆตามที่วางแผนไว้



บัตรเมโทรของทบิลิซี ราคา 2 ลารี (เก็บใบเสร็จไว้ขอคืนได้ทั้งค่าบัตรและเงินที่เติมไปแล้วเหลือ แฟร์มากสำหรับที่นี่ถูกและดี) บัตรเดียวใช้ได้หลายคน เที่ยวละ 0.5 ลารี หรือ 5 บาท  

ทางลงใต้ดินลึกมาก ลงรวดเดียวสุดลูกหูลูกตา

แต่ต้องเปลี่ยนแผนเพราะเมื่อออกจากสถานี Didube ก็มีลุงแท็กซี่มาเสนอจะนำเที่ยว ฟังๆดูก็น่าสนใจ เลยปล่อยให้แกนำเสนอหลายออพชั่นฟังภาษาอังกฤษแบบจอร์เจี้ยน เข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่งแต่ก็พอรู้เรื่อง สุดท้ายเลยควักกระดาษที่เราจดสถานที่ที่เราจะไปเป็นภาษาจอร์เจี้ยนให้แกดู 7 แห่ง เมื่อแกอ่านดูแล้วก็บอกว่าทั้งหมดระยะทางประมาณ 200 กว่ากิโล แล้วเสนอราคามา เราก็ต่อรองราคา 
สรุปได้ที่ราคา 120 ลารีและเมื่อจบให้ไปส่งเราที่สะพาน The Bridge of Peace  ถือว่าถูกมาก ถึงแม้ไปเองจะถูกกว่าบ้าง แต่ถ้าเราเดินทางเองคงเที่ยวได้ไม่ครบในวันเดียวแน่ๆ ถือว่าคุ้ม ไม่เหนื่อยมากด้วย


รายการสถานที่ 7 แห่ง ให้ลุงเลือกเส้นทางไปก่อนหลังเอง
สรุปเส้นทางที่ลุงพาไปจากสถานีขนส่งแล้วกลับมาส่งที่ The Bridge of Peace

เริ่มต้นเดินทางไปเมือง Mtskheta ไปแวะโบสถ์สเวททิสโคเวลี่ (Svetitskhoveli Cathedral) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงทางความเชื่อของชาวจอร์เจี้ยนที่หันมานับถีอศาสนาคริสต์ และกลายมาเป็นศาสนาประจำชาติเมื่อปี ค.ศ.337 โบสถ์สร้างเสร็จสมบูรณ์ในศตวรรษที่ 11 เป็นโครงสร้างแบบ Cross-in-Square คือมีโครงสร้างเป็นรูปกางเขน ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมเฟรสโก้ที่สวยงาม เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจอร์เจียรองจาก Holy Trinity Cathedral ที่กรุงทบิลิซี ซึ่งเราจะไปวันหลัง ประเทศจอร์เจียเป็นประเทศนับถือคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ เวลาเข้าโบสถ์ผู้หญิงจะต้องคลุมผม เพราะฉะนั้นต้องเตรียมผ้าคลุมผมติดตัวตลอด แต่ถ้าไม่มี โบสถ์แต่ละแห่งก็จะมีให้ยืมด้วย ถ้าไม่อยากใช้ร่วมกับคนอื่นก็ต้องเตรียมไปเอง



























จะสังเกตเห็นกางเขนมีรูปทรงนี้ เรียกว่า Grapevine Cross



Tourist Information Center

วกกลับเข้าเมือง มิทสเคต้าเพื่อไปที่โบสถ์แซมทาโวร (Samtavro Convent) เป็นอารามจอร์เจี้ยนออร์โธดอกซ์และสำนักแม่ชี St.Nino สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 โดยพระเจ้า Mirian ที่ 3 แห่งไอบีเรีย ตอนเรามาภายนอกกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะ





The Tomb of Mirian and his wife Nana

แม่ชียืนสวดและเฝ้าศพเซนต์อะไรซักอย่าง ตาดุมาก ไม่ให้ถ่ายภาพ ขออภัยกดไปแล้ว


อุพลิสซิเค (Uplistsikhe, Ruins of a rock cut iron Age town) เป็นเมืองถ้ำที่เก่าแก่ประมาณ 3000 ปี โดยการเจาะตัดหินเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย หินผาขนาดใหญ่ที่ถูกเจาะสกัดและสลักเสลาเป็นช่อง ห้องโถงมากมายเป็นที่ตั้งของนครบนเทือกเขาหินทราย ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมที่เชื่อมต่ออาณาจักรไบเซนไทน์กับอินเดียและจีน ระหว่างนั่งรถไปลุงก็จะแวะเก็บบลูเบอรี่ข้างทางสดๆมาให้ทาน ใจดีมาก และจะแวะให้ถ่ายรูปเป็นระยะๆ มองเห็นเมืองถ้ำไกลๆจนไปถึงที่หมาย น่าจะมาทำอาชีพไกด์ดีกว่านะลุง


ระหว่างทาง ลุงแทกซี่ลงไปเก็บบลูเบอรี่สดๆมาให้ทาน


ลุงแท็กซี่ผู้มีน้ำใจ

เห็นเมืองถ้ำที่อยู่ไกลๆ

ใกล้เข้ามาอีก


บัตรผ่านคนละ 7 ลารี

ครั้งแรกสงสัยว่าทำไมมีปฏิมากรรมนี้ พอเข้าไปถึงรู้ว่ามีกิ้งก่าเล็กๆเต็มไปหมด




มีบันไดแค่ทางเข้าทางออก นอกนั้นปีนผาหินล้วนๆ


กิ้งก่าเยอะมาก



ขึ้นมาสูงพอสมควร วิวสวยงาม











ไม่รู้ว่าสมัยนั้นเจาะหินมันง่ายกว่าขนอิฐมาสร้างหรือไง หรืออาจเป็นเพราะความปลอดภัยจากผู้ที่จะมารุกราน















ออกจากเมืองถ้ำไปต่อที่ปราสาทกอรี่ (Gori Fortress) ตอนนี้เหลือแต่ซากปรักหักพัง แต่ยังคงเห็นถึงอดีตที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม มาถึงละก็ต้องปีนขึ้นไปชมซะหน่อย






เด็กจอร์เจี้ยนดูน่ารัก แต่ก็หน้าดุนะ

แอบขึ้นไปบนกำแพง อยู่ตรงไหนเอ่ย?
เข้าเมืองกอรี่ไปแวะบ้านสตาลิน เมืองกอรี่อดีตเคยเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมในยุคการปกครองของโซเวียตรัสเซีย และเป็นบ้านเกิดของโจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ผู้ทรงอิทธิพลและบุคคลอันตรายอันดับต้นของโลกในศตวรรษที่ 20 ผู้ได้รับการขนานนามว่า บิดาแห่งสหภาพโซเวียต เป็นผู้นำคอมมิวนิสต์ในการนำโซเวียตให้ชนะพวกนาซีในสงครามโลก และพัฒนาโซเวียตจนก้าวหน้าสู่มหาอำนาจของโลก









บ้านที่สตาลินเคยอยู่อาศัยในอดีต
ลุงแท็กซี่พาวนกลับไปทางเมืองมิทสเคต้าเพื่อแวะชม อารามจวารี (Jvari Monastery) หรืออารามแห่งไม้กางเขน เป็นวิหารคริสต์ออร์โธดอกซ์ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 6 ตั้งอยู่บนเขาที่มองลงไปเห็นจุดบรรจบของแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำมิทควารี Mtkvari และแม่น้ำอรักวี Aragvi ภายในโบสถ์มีกางเขนขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อว่า St.Nino แห่งคัปปาโดเกีย ประเทศตุรกี ได้นำไม้กางเขนมาพร้อมการประกาศศาสนาคริสต์ครั้งแรกในจอร์เจีย








พระออร์โธดอกซ์มาแอบยืนอยู่ข้างหลัง เฝ้าประตูเพื่อให้คนแต่งตัวให้เรียบร้อย






จุดสุดท้ายที่เราจะไปอยู่ชานเมืองทบิลิซี คือ The Chronicle of Georgia หรือ History Memorial of Georgia เป็นอนุสรณ์สถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Tbilisi Sea ประกอบด้วยเสาทั้งหมด 16 ต้น สูง 30-35 เมตร ส่วนครึ่งบนของเสาเป็นเรื่องราวพงศาวดารของจอร์เจียที่เกี่ยวกับกษัตริย์ ราชินีและวีรบุรุษ ส่วนครึ่งล่างของเสาเป็นเรื่องราวชีวประวัติของพระเยซูคริสต์จากพระคริสตธรรมคัมภีร์ บริเวณด้านหน้ามีกางเขนแบบ Grapevine Cross หรือ Georgian Cross ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคริสต์จอร์เจี้ยนออร์โธดอกซ์ ตั้งแต่เริ่มประกาศเป็นศาสนาประจำอาณาจักรไอบีเรียในคริสตศตวรรษที่ 4 และบริเวณด้านหลังมีโบสถ์ตั้งอยู่ริมหน้าผา










เมื่อได้สัมผัสพระบาทของพระองค์


















Grapevine Cross สัญลักษณ์ของคริสต์จอร์เจี้ยนออร์โธดอกซ์
จบทริปลุงก็พาเรามาส่งที่ The Bridge of Peace สะพานแห่งสันติภาพ สะพานโครงเหล็กบุด้วยกระจกใส ข้ามแม่น้ำ Mtkvari เชื่อมระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ เปิดเป็นทางการเมื่อ 6 พฤษภาคม 2010








Presidential Palace





Khinkali อาหารจอร์เจี้ยน คล้ายๆเสี่ยวหลงเปา แต่แป้งหนากว่า วิธีทานเหมือนกัน คือเจาะรูและดูดน้ำซุปร้อนๆ ที่ต่างคือไส้ข้างในเป็นเนื้อวัว หรือเนื้อแกะ

ปลาเทร้าต์ย่าง

Khachapuri ขนมปังปิ้ง ชีสกับไข่ดาว

ทานอาหารจอร์เจี้ยนที่ย่านเมืองเก่า

แหล่งท่องเที่ยวย่านเมืองเก่า

Georgian Sweet Churchhela ขนมหวานถั่วต่างๆเคลือบด้วยเยลผลไม้
วันนี้ค่ำละ เดินกลับโรงแรมพักผ่อน พรุ่งนี้เราจะเดินทางไปเมืองบนเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) เมืองคาสเบกิ (Kazbegi) หรือชื่อใหม่คือ สเตพานท์สมินดา (Stepantsminda) จะไปสัมผัสอากาศหนาวซะหน่อย พรุ่งนี้เจอกันค่ะ



 ตอนต่อไป   DAY 6 : 19 ตุลาคม 2019  ทบิลิซี - คาสเบกิ



ตอนที่แล้ว  DAY 4 : 17 ตุลาคม 2019  ดูไบ - ทบิลิซี




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น